[ไทย] รีวิว ASUS Transformer Pad 300 โดย TabletD.com (แท็บเล็ตมีคีย์บอร์ดชิป NVIDIA Tegra 3)

Posted: กรกฎาคม 17, 2012 in เล่าสู่กันฟัง
[ไทย] รีวิว ASUS Transformer Pad 300 โดย TabletD.com (แท็บเล็ตมีคีย์บอร์ดชิป NVIDIA Tegra 3)
ถึงคราวรีวิว ASUS Transformer Pad 300 กันบ้างนะครับ สำหรับ Pad 300 ก็เริ่มวางขายในงาน Thailand International Mobile Show 2012 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาแล้ว โดยรุ่นนี้ถือเป็น Transformer ราคาประหยัดถูกกว่า Transformer Prime แต่มีการปรับสเปคลดลงเล็กน้อยและยังคงใช้ชิป NVIDIA Tegra 3 อยู่มีรุ่น 3G วางขายด้วย อีกอย่างมีการเปลี่ยนฝาหลังของตัวแท็บเล็ตให้เป็นพลาสติกแทนเพื่อแก้ปัญหาสัญญาณ WiFi และ GPS ที่พบใน Transformer Prime

สเปคเครื่อง
ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นประหยัดแต่ Transformer Pad 300 ก็ยังคงใช้ชิปประมวลผล NVIDIA Tegra 3 ซีพียู Quad-core เหมือนกับ Transformer Prime แต่จะมีความเร็วน้อยกว่านิดหน่อยอยู่ที่ 1.2GHz ในโหมด Balance ส่วนโหมด Performance ก็จะอัพขึ้นไปเป็น 1.3GHz ได้ (มี 3 โหมดให้เลือก)
สำหรับหน้าจอจะเป็น IPS ความจุข้อมูลนี้ค่อนข้างสับสนเพราะว่าทาง ASUS ไม่ได้ประกาศว่าแต่ละรุ่นมีความจุเท่าไร วันนี้ (2 ก.ค.) ผมเลยลองโทรไปสอบกับทาง ASUS Call Center ดู เขาบอกว่ารุ่น WiFi มีความจุอยู่ที่ 16GB ราคา 16,900 บาท ส่วน 3G จะได้ 32GB ราคา 19,900 บาท ซึ่งก็แอบแปลกใจอยู่เหมือนกันดูแล้วรุ่น 3G น่าจะคุ้มว่า
(ขอบคุณข้อมูลจากคุณ Yo Surapong ด้วยนะครับ เนื่องจากทางคุณ Yo ซื้อรุ่น 3G มาแล้วในงานได้ 32GB เช่นกัน)
ในส่วนกล้องหลังมีความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มีออโต้โฟกัสแต่ไม่มีไฟแฟลช ที่สำคัญเลยคือมีรุ่นรองรับ 3G แล้ว และมีคีย์บอร์ด Dock แป้นพิมพ์ภาษาไทยเวลาเสียบเข้ากับแท็บเล็ตก็จะชาร์จให้ไปในตัว (คีย์บอร์ดมีแบตในตัวแยกต่างหาก)
ตารางเปรียบเทียบสเปค ASUS Transformer Pad 300 vs ASUS Eee Pad Transformer Prime vs New iPad
รูปลักษณ์ สัมผัส ความรู้สึก
สัมผัสแรกรู้สึกได้ว่าวัสดุธรรมดามากเป็นพลาสติกหมดทั้งเครื่องไม่มีเคลือบเงาหรือเคลือบวัสดุเหมือนยางใดๆ ด้านหลังแท็บเล็ตจะมีการทำเป็นลายวงกลม (อธิบายไม่ถูกต้องลองดูรูปข้างล่างจะเข้าใจได้ง่ายกว่าครับ) ถามว่าดีไหมอันนี้แล้วแต่คนชอบ ส่วนตัวคิดว่าช่วยกันลื่นได้ระดับนึง สำหรับน้ำหนักถ้าดูจากตัวเลขจะเห็นว่าเบากว่า New iPad นิดหน่อย แต่เวลาถือจริงๆก็ไม่ได้รู้สึกแตกต่างกันเท่าไร ตอนรวมร่างกับคีย์บอร์ดน้ำหนักก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วยตกประมาณกิโลกับอีกหนึ่งขีดนิดๆ เทียบได้กับเน็ตบุ๊คเครื่องนึงเลยทีเดียวหนักเหมือนกันครับ
เปลี่ยนคุณภาพวีดีโอไปเป็น 720p ได้นะครับ ถ้าดูแล้วไม่ชัด
หน้าจอ
เป็น IPS คุณภาพก็ดีอยู่แล้วครับ อาจจะไม่เท่า Retina Display แต่ก็ดูคมและสีเป็นธรรมชาติ แต่ถ้าให้เทียบกับ Super IPS+ บน Transformer Prime แล้ว Super IPS+ จะดูดีกว่า
 
ช่องเสียบและปุ่มต่างๆ
ที่ตัวแท็บเล็ตจะมีช่องเสียบ micro HDMI, ซิมการ์ด, และ microSD ส่วนที่ตัวคีย์บอร์ด Dock จะมีช่อง USB และ SD การ์ดอยู่ด้วย ปุ่มเปิดปิดเครื่องอยู่มุมบนซ้ายมือส่วนปุ่มปรับลดเสียงจะอยู่ด้านข้างซ้ายมือใกล้ๆกัน ตัวปุ่มไม่ได้ลึกมากแต่ก็กดได้ไม่มีปัญหาอะไร
 
 
กล้อง
กล้องหลังจะมีความละเอียดถึง 8 ล้านจากที่ลองถ่ายภาพดูก็ชัดดีครับทั้งสภาพแสงในห้องและสภาพแสงข้างนอก แต่ตัววีดีโอรู้สึกว่าเสียงจะเบาไปหน่อย
บันทึกวีดีโอ 1080p ได้
ใน Youtube จะมีปุ่มเปลี่ยนคุณภาพอยู่ ลองเปลี่ยนไปเป็น 1080p ดูนะครับ
ซอฟต์แวร์
มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 4.0 Ice Cream Sandwich และเมื่อรันกับชิป NVIDIA Tegra 3 แล้วต้องขอชมว่าลื่นมากครับ รู้สึกใกล้เคียงกับ iPad ได้เลย (ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า) ส่วนแอพอย่างอื่นที่ติดมาด้วยก็มี MyCloud, MyNet, Polaris Office, SuperNote ตามปกติทั่วไปของทาง ASUS อีกอย่างที่ลืมบอกไปในรีวิวแท็บเล็ต ASUS ทั้งหมดจะมี ASUS WebStorage บริการฝากไฟล์ไว้บน Cloud โดยทาง ASUS จะให้พื้นที่ 8GB ใช้ฟรี 1 ปีด้วยครับ แต่ทว่าหลังจากผ่าน 1 ปีไปแล้วก็ยังไม่รู้ว่าทาง ASUS จะคิดค่าบริการอย่างไร
GPS
สำหรับ Transformer Pad 300 นั้นจะมีการเปลี่ยนฝาหลังให้เป็นพลาสติกแล้ว ซึ่งเว็บนอกที่รีวิวก็บอกกันว่าไม่มีปัญหาเรื่อง GPS และ WiFi แล้ว แต่จากที่ผมได้ทดสอบก็ไม่ค่อยพบสัญญาณเท่าไร ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะวันนั้นดันฝนตกหนักแล้วผมก็อยู่ในตึกชั้นสอง (ตึกแถวมีสามชั้น) ก็เลยหาสัญญาณค่อนข้างยาก (หรือเปล่า ?) อันนี้ใครที่มีเครื่องอยู่ในมือแชร์กันได้นะครับว่ามีปัญหาหรือไม่
ทดสอบประสิทธิภาพ
ทดสอบด้วยแอพ Quadrant ได้คะแนน 3313 ในโหมด Balance ซึ่งน้อยกว่า Acer Iconia Tab A700 ที่ 3664 แต่กลับรู้สึกว่า Transformer Pad 300 ลื่นกว่าซะงั้น ส่วนนึงคิดว่าความละเอียดหน้าจอในระดับ Full HD 1920 x 1200 ของ A700 อาจเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ลื่นน้อยกว่าก็เป็นได้ (ต้องรอดู Transformer Infinity Pad 700 กันอีกที)
ระยะเวลาการใช้งาน
ต้องขออภัยอีกหลายๆรอบครับเนื่องจากตอนช่วงได้เครื่องมานั้นมาพร้อมกันทีเดียว 4 เครื่องมีเวลารีวิวแค่อาทิตย์เดียวก็ต้องคืนเครื่องแล้ว เลยไม่ได้ทดสอบเรื่องระยะเวลาการใช้งานให้เลยครับ ผมเลยต้องขอยกข้อมูลจากเว็บนอกอย่าง Engadget มาอีกรอบ ซึ่งทางเว็บ Engadget บอกว่าถ้าเป็นแท็บเล็ตอย่างเดียวจะอยู่ที่ 8:29 ชั่วโมงและเมื่อรวมร่างแล้วจะอยู่ได้ 12:04 ชั่วโมงน้อยกว่า Transformer prime เกือบ 2 ชั่วโมงได้
วีดีโอรีวิว
สามารถปรับความละเอียดวีดีโอเป็น HD 720p ได้ที่ปุ่ม “เปลี่ยนคุณภาพ” ด้านล่างวีดีโอนะครับ
เริ่มต้น – ให้ดูความลื่นในการใช้งาน
นาทีที่ 0.40 – Web Browser
นาทีที่ 2.06 – Youtube
นาทีที่ 3.06 – แอพ Camera ทดสอบความเร็วในการถ่ายภาพจากกล้องหลัง และแนะนำฟีเจอร์ต่างๆ
นาทีที่ 4.32 – แอพ Gallery
นาทีที่ 5.00 – แอพ SuperNote สำหรับจดบันทึก
นาทีที่ 5.27 – แอพ Music สำหรับฟังเพลง
นาทีที่ 5.55 – แนะนำโหมดการทำงาน 3 แบบ Power Saving, Balance, Performance และการชาร์จแท็บเล็ตด้วยคีย์บอร์ด
นาทีที่ 6.50 – แอพแผนที่
นาทีที่ 7.54 – ทดสอบ GPS
นาทีที่ 8.54 – แอพ MyCloud
นาทีที่ 9.51 – แอพ MyLibrary
นาทีที่ 10.10 – แอพ MyNet ทดสอบเล่นวีดีโอความละเอียด HD
นาทีที่ 12.19 – แอพ People, Play Store
นาทีที่ 12.49 – แอพ Polaris Office ทดสอบสร้างไฟล์ Word, Excel, PowerPoint
**แก้ไขนิดนึงผมบอกความจุผิดนะครับสำหรับ Transformer Pad 300 รุ่น WiFi 16GB อยู่ที่ 16,900 บาทส่วนรุ่น 3G 32GB อยู่ที่ 19,900 บาท

สรุป

ASUS Transformer Pad 300 ถือเป็นรุ่นปรับปรุงจาก Transformer Prime มีการเปลี่ยนวัสดุด้านหลัง ปรับลดสเปคบางส่วน และปรับลดราคาลงมา จุดเด่นของรุ่นนี้ก็หนีไม่พ้นความลื่นกับคีย์บอร์ดที่มีแบตในตัวช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้น ส่วนราคาก็กลางๆไม่ถือว่าถูกและก็ไม่ถือว่าแพง ซึ่งถ้านำไปเทียบกับ New iPad แล้ว Transformer Pad 300 จะดีตรงได้คีย์บอร์ด ส่วน New iPad จะได้หน้าจอ Retina Display อันนี้ก็ต้องชั่งน้ำหนักกันดูครับว่าต้องการแบบไหน
คะแนนตามความคิดผู้รีวิว เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ 7.8/10
  • รูปร่างการออกแบบ : 8 – จุดเด่นก็คือเป็นแท็บเล็ตที่สามารถรวมร่างกับคีย์บอร์ดได้
  • วัสดุและฮาร์ดแวร์ : 7.5 – ชิปแรง กล้องชัดดี แต่วัสดุเป็นพลาสติกธรรมดามาก
  • ฟีเจอร์เพิ่มเติมต่างๆ : 8 – คีย์บอร์ดมีแบตในตัวช่วยให้ใช้งานได้นานขึ้น แท็บเล็ตจะมีช่องเสียบ Micro HDMI, microSD ไม่มีช่อง Micro USB แต่ตัวคีย์บอร์ดจะมีช่อง USB และ SD การ์ดแทนซึ่งปกติแท็บเล็ตทั่วไปจะไม่มี
  • ซอฟท์แวร์ : 8 – รัน Android 4.0 Ice Cream Sandwich การใช้งานโดยรวมก็ลื่นดี
  • ความคุ้มค่า : 7.5 – ราคาที่ออกมาได้คีย์บอร์ดด้วยก็ถือว่า ok ครับ

ขอขอบคุณบริษัท Asustek Computer (Thailand) จำกัด สำหรับเครื่องที่ให้ยืมในการรีวิวครั้งนี้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s